Categories
ไม่มีหมวดหมู่

พรีวิว Venom 2020

เป็นหนังฮีโร่ที่ดูแล้วจะแปลกแหวกแนวซะหน่อยนะครับ กับการที่ Sony เนี่ย หยิบจับวายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของสไปเดอร์แมนมาเดินเรื่องเป็นตัวหลัก เป็นตัวเอกในหนังครับผม ช่วงหลังเนี่ยฮิตกันนะ กับการทำหนังแนวแอนติฮีโร่อะไรแบบนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น Marvel หรือ DC เองก็ตามนะครับ โดยกระแสก่อนฉายเนี่ยต้องบอกว่า ต่างประเทศเองเนี่ยวิจานกันค่อนข้างจะไม่ชอบกับหนังเรื่องนี้กันมากเท่าไหร่นะครับ คนที่อยู่ในเมืองไทยมีก็คงจะตกใจกับเรตติ้งคะแนน ไม่ว่าจะเป็น Rotten Tomatos หรืออาจจะเป็น IMDb อะไรกันอย่างงี้นะครับ ให้กันน้อยมากเลย ด้วยกระแสที่อาจจะผิดหวังด้วยมั้งครับ เพราะหนังไม่ได้รับเรท R อย่างที่ควรจะเป็น สำหรับ Venom เพราะว่า Venom เนี่ย มันเป็นตัวร้าย ถ้าได้เรท R มาเนี่ย หนังมันก็จะดูรุนแรงแล้วก็สมกับการที่เอาตัวร้ายมาเล่าเป็นตัวเอก จะได้เข้ากัน ดูแบบเพอร์เฟ็คอะครับ เค้าก็คงจะผิดหวังกันอะครับ ที่หนังมันเป็นแนว PG-13 แคร์เด็กอะไรประมาณนี้ ที่ทำให้คนดูทุกเพศทุกวัยได้

แล้วก็หวังนะครับ จะเอาไปรวมกับจักรวาลของ MCU Spiderman Tom Holland ด้วยอะไรแบบนี้ ก็รู้สึกหวั่นๆอยู่เหมือนกันนะครับ ก่อนไปดู มีข่าวเหมือนกันนะครับว่า ทอม ฮาดี้ เค้าออกมาบอกว่าหนังเนี่ยโดนตัดไป 30 ถึง 40 นาทีเลยนะครับ มีฉากที่ ทอม ฮาดี้ ชอบเยอะด้วย ที่โดนตัดไป มันก็เลยยิ่งทำให้เราเนี่ย เห้ย ตัดไปเยอะขนาดนั้นเลยหรอวะ โอโห แล้วมันจะมีผลกระทบอะไรไหมนะ ก็ได้คิดอยู่เหมือนกันครับ โดยผู้กำกับของหนังเรื่องนี้นะครับ จะได้ผู้กำกับอยาก Ruben Fleischer มากำกับ ดูเหมือนคนจะไม่ค่อยสนใจกับชื่อของผู้กำกับหนังเรื่องนี้กันมากนักเท่าไหร่นะครับ ส่วนใหญ่จะมีข่าวแบบว่าหนังจะไม่ได้รับเรท R แล้วนักวิจานไม่ค่อยชอบกันแบบนี้แหละนะครับ ก็เลยดูจะเงียบๆ แต่ก็แปลกเหมือนกันนะครับ เค้าดูเหมือนจะดังมากๆ จากที่สมัยก่อนเคยทำซอมบี้แลนด์ ในปี 2009 และก็ได้มีภาคต่อในปี 2019 ด้วยนะครับ 10 ผ่านไปเพิ่งมีภาคต่อ

น่าเห็นใจนะครับที่ชื่อเค้าไม่ได้รับการกล่าวขานเท่าที่ควร กลับมาเข้าฝั่งกันต่อนะครับ ในเรื่องย่อของ Venom เลยแล้วกัน หนังจะเล่าเรื่องของ Eddie Brock นักข่าวฮาร์ดคอร์อารมณ์ดีสายเฟี้ยวฟ้าว เขาได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวความลับในองค์กรของ Life Foundation ของ Carlton Drake เศรษฐีผู้มีอำนาจแล้วก็เป็นผู้ก่อตั้ง Life Foundation ครับผม Eddie Brock เนี่ยเข้าไปสืบหาเบาะแสข่าวเพื่อเอาความผิดกับองค์กรนี้นะครับ แต่แล้วก็มีอุบัติเหตุ ทำให้ Eddie Brock ได้รับอะไรบางอย่าง เข้าสู่ร่างกายนะครับ กลับบ้านไปทำให้เขาได้รับพลังงานบางอย่าง แล้วก็มีเสียงในหัวนะครับ เหมือนมีอีกคนนึงอยู่ในร่างกายของเขาครับผม เขาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพของ Venom นะครับ ทำให้คนในองค์กรของ Life Foundation เนี่ยต้องไล่ล่า Eddie Brock และก็เอาของขององค์กรคืนมา Eddie Brock จะเป็นยังไงต่อไป เขาจะจัดการกับองค์กรนี้ได้ไหม และตัวที่เข้าร่าง Eddie Brock คืออะไร มีพลังยังไง เราไปกันนะครับ กับ Venom

มาถึงความรู้สึกส่วนตัวหลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครับ ชอบนะ กลายเป็นผมชอบเฉยเลยนะครับ มันเป็นหนังที่ดูสนุก ในแนวหนังฮีโร่เรื่องนึงเลยนะครับ ที่เคยได้ดูหนังฮีโร่มา ดูจบเนี่ย แถบไม่ได้อยากจะรู้สึกว่าอยากจะบ่นอะไรหนังเรื่องนี้เลยนะ ทั้งๆที่ผมเนี่ยจะเป็นคนบ่นเยอะ หนังฮีโร่เนี่ยบ่นแยะด้วย อาจจะยังไม่ถึงกับดีที่สุดอะไรนะครับ แต่ดูแล้วมันไม่ได้ขี้เหร่อย่างที่ต่างประเทศเขาแบบ บอกว่าโห ห่วยมาก เป็นหนังห่วยแห่งปีอะไรอย่างนั้นเลยอ่ะครับ อันนั้นมันก็เละเทะเกินเหตุนะครับ แต่ก็อย่างว่านะครับ มันก็แล้วแต่คนจริงๆ ยังไงเพื่อนๆอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ไปพิสูจน์เองแล้วกันนะครับ ว่าผมีวิวก็อย่าเชื่อผมแล้วกันนะครับ ผมก็แค่เป็นคนนึงที่ดูแล้วก็มาบรรยายความรู้สึกของตัวเองนะครับ และการที่หนังได้เรทแค่ PG-13 เนี่ย มันไม่ได้มีผลกระทบที่ทำให้หนังดูแล้วไม่สนุกเลยนะครับ อันนี้บอกไว้ก่อนเลยว่าเผื่อใครเกรงว่า อุ้ย เรทแค่แค่เด็กๆแค่นี้ มันจะสนุกไหม มันสนุกครับ กลับมาพูดถึงส่วนเสริมเพิ่มเติมของหนังกันต่อแล้วกันนะครับ

มาอย่างแรกเลยที่ผมชอบเลยก็คือบทหนัง เนื้อเรื่องนี้แหละ แม้หนังเนี่ยจะดูเป็นฮีโร่ที่เป็นการเดินเรื่องที่รู้สึกว่าเป็นการเดินเรื่องที่เป็นเส้นตรงและก็เชยไปนิด เพราะอารมณ์เรื่องเนี่ยเหมือนเราได้ดูหนังฮีโร่ที่แบบย้อนไปในแบบ พวกสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นของ โทบี้ แม็กไกวร์ เวอร์ชั่นของ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ อะไรอย่างงั้นเลยนะครับ แบบพวกตัวโกงทดลองอะไรแล้วผิดพลาด ทำให้ได้รับพลังมาเป็นตัวโกง แล้วก็ต้องสู้กับตัวเอกอะไรแบบนี้ ซึ่งพล็อตแบบนี้เนี่ย มันซ้ำซากและก็จำเจในฮีโร่สมัยใหม่ๆนะครับ แต่!! ไอความเชยเนี้ย ผมว่ามันไม่มีข้อเสียอะไรเลยนะครับ ระหว่างการเดินเรื่อง แม้ว่าพล็อตจะเชยแต่บทเนี่ย นำเสนอระหว่างทางได้ดูลื่นไหลตลอดทั้งเรื่องเลยครับ ไม่มีอารมณ์สะดุดเลย เดียวจบแล้วอาจจะดูเหมือนหนังสั้นไปซะด้วยซ้ำ ขอชมเชยเลยนะครับ เรื่องลูกเล่นระหว่างเรื่อง มีใส่มุกตลกให้ตัวเอก หรืออะไรต่างๆเนี่ย มันเข้าพอดีคำเลย ถ้าผมชอบหนังเรื่องไหนเนี่ย ส่วนใหญ่จะชอบที่ตัวบทการดำเนินเรื่องครับ สำหรับเรื่องนี้ผมว่าสนุกนะ ถึงคะแนนวิพากย์วิจานจะไม่ค่อยดี แต่ส่วนตัวผมว่าสนุก นักแสดงเล่นดีกันทุกคน แต่ตัวร้ายผมไม่ค่อยอินกับบทเท่าไหร่ ดูบทยังอ่อนๆไปหน่อย ยังไงก็แนะนำให้ไปดูกันด้วยตัวเองนะครับ